หมอกุ้ง
หมอกุ้ง

พ.ญ.กรวิกกา พัฒนะปราน

คุณหมอกุ้ง เจ้าของกรวิกกาคลินิก คลินิกความงามชื่อดังในโคราช หญิงสาวอายุสามสิบต้นๆ ที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองมาจากศูนย์ มีแรงผลักดันที่สำคัญคือคุณพ่อ และมีประโยคที่บอกย้ำเสมอๆ กับตัวเองว่า “เราต้องดูแลครอบครัวให้ได้” เธอใช้ความพยายามหนักมากตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย เพราะเธอเชื่อว่า ถ้าต้นทุนมีมาน้อยกว่าคนอื่น สิ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ คือ ความพยายามและมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ดังนั้น ถ้าใครทำแค่สิบ เธอจะพยายามทำให้ได้ร้อย หลังจากเรียนจบหมอ คุณหมอกุ้งใช้เวลา 5 ปี ในการทำให้ได้ตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณพ่อ วันนี้เธอเป็นคุณหมอชื่อดังในการรักษาและดูแลผิวหน้าให้ผู้หญิง และอีกอาชีพหนึ่งที่เธอเพิ่งก้าวเข้ามา คือ การเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ KVKX Thailand ที่เธอปลุกปั้นมาเองกับมือ จนวันนี้ผ่านการพิสูจน์และได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนว่าใช้ได้ดีและเห็นผลจริง

“กุ้งอยู่หาดใหญ่ เรียนที่นั่นจนจบมัธยม ความจริงชอบภาษามาก อยากเรียนอักษรศาสตร์ อยากเป็นแอร์ฯ อยากทำงานติดต่อสื่อสาร แต่คุณพ่อบอกว่าให้เรียนหมอเถอะ” หมอกุ้งเป็นเด็กสาวที่รักพ่อ รักครอบครัวมาก หมอกุ้งจะย้ำเสมอเลยว่า “ครอบครัวเราไม่ได้มีฐานะอะไร กุ้งยังช่วยงานพ่อตั้งแต่เด็กๆ เอาขนมไปขายที่โรงเรียน ช่วยยก ช่วยจัดของ อะไรประมาณนี้” ก็เลยเป็นเหตุผลที่เธออยากทำอะไรให้คุณพ่อหายเหนื่อย หมอกุ้งเลยเอ็นทรานซ์ติดหมอที่รามาได้ในที่สุด

“วันที่เราเอ็นฯ ติด พ่อร้องไห้เลย ก็เลยรู้สึกว่าความเหนื่อยที่พยายามเรียนมามันหายหมด” อีกความรู้สึกลึกๆในใจของหมอกุ้งก็คือ

“เราจะมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะเรากลัวความจน เราเห็นว่าพ่อเราลำบาก ไม่อยากลำบากแบบพ่อ พ่อก็พูดตลอดว่าตัวพ่อไม่มีอนาคตอะไรแล้ว มีแต่ความหวังว่าจะส่งให้เราเรียนหมอให้ได้ เราก็เลยบอกพ่อไปว่า ใครบอกว่าพ่อไม่มีอนาคต ก็กุ้งไง กุ้งนี่แหละอนาคตของป๊า”

มาเล่าต่อถึงการกลายมาเป็นหมอกุ้ง แห่ง กรวิกกา คลินิก เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่กุ้งคิดไว้ หรือฝันไว้เลย การทำคลินิกความงามแต่มันจับผลัดจับผลู จากเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ส่งผลให้กลายมาเป็นกรวิกกาคลินิกอย่างทุกวันนี้

เกิดเป็นกรวิกกา คลินิก ที่โคราช

ในการก่อตั้งกรวิกกาคลินิก หมอกุ้งทุ่มเงินเก็บหมดเกลี้ยง (เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เยอะนะ เพราะก็มีเงินไม่เยอะมากในตอนนั้น) และมีบางส่วนก็จำเป็นต้องกู้เพิ่ม คลินิกตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน พื้นที่เล็กๆ แค่ 40 ตารางเมตร หลบอยู่ในมุม มองเห็นได้ยาก แต่ด้วยแรงฮึดของหมอกุ้ง สิ่งที่หมอกุ้งทำเลยเป็นเรื่องเหมือนพลิกตำนานมาร์เก็ตติ้งไปเลย “กุ้งคิดแค่ว่าจะทำยังไงให้คนรู้จักเรา ก็เลยคิดง่ายๆ ว่าถ้าอย่างนั้นเอารูปตัวเองติดทั่วเมืองโคราชเลยแล้วกัน ก็เป็นรูปกุ้งแล้วเขียน กรวิกกา คลินิก ชื่อกุ้งเอง”

จากความตั้งใจ ความสู้ไม่ถอยของหมอกุ้ง เกิดผลที่หมอกุ้งเองก็คาดไม่ถึงในที่สุด

“กุ้งไม่คิดว่าตัวเองเก่งอะไรมากมาย แต่คิดว่าทุกครั้งที่จะทำอะไรต้องทำให้สุด!!! เดี๋ยวมันจะดีเอง” สโลแกนของหมอกุ้งคือ “จริงใจ ปลอดภัย ไม่แพง” และมันไม่ใช่สโลแกนที่มีไว้เท่ห์ๆ แต่มีไว้ทำ! และต้องทำทุกวันทุกครั้งที่คลินิกเปิดและไม่ได้จบแค่ที่คลินิกปิด เพราะมันเป็นแบบนี้ตลอดเวลา นานมา 5 ปี หมอกุ้งก็ยังคงทำตามสโลแกนนี้ในทุกๆ วัน ปัจจุบันเธอเปิดสาขาเพิ่มจนตอนนี้ในโคราชมี 3 สาขาแล้ว ก็เพราะทั้งหมดที่เล่านี่แหละ คือความตั้งใจทั้งหมดที่เธอทุ่มเทกับทุกสิ่งที่ทำทุกวินาที

เริ่มสร้างแบรนด์ต่อ คนต้องจำที่แบรนด์ ไม่ใช่ “หมอกุ้ง”

“กุ้งใช้เวลา 2 ปีสร้างแบรนด์ดิ้งของตัวเอง คือกุ้งไม่อยากให้คนจำเพราะเป็นหมอกุ้ง แต่อยากให้จำ กรวิกกา คลินิก ก็เลยจะให้คนพูดถึงคลินิกเราไปเรื่อยๆ และมีโลโก้ติดอยู่เรื่อยๆ เพราะถ้าเป็นแบรนด์จะมีมูลค่ามากกว่า” และพอเข้าปีที่สองนี่เอง หมอกุ้งมีรายได้ถึงหลักสิบล้าน ถึงตอนนี้เธอกลับไปบอกคุณพ่อได้เต็มหัวใจเหมือนที่เคยให้คำสัญญากับพ่อไว้เลยว่า “พ่อเลิกทำงานได้แล้ว กุ้งพร้อมจะเลี้ยงป๊าตลอดชีวิตแล้ว” หมอกุ้งให้พ่อทยอยขายของในร้าน ไม่ต้องทำงานอะไร ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ชีวิตพวกเราทั้งครอบครัวดีขึ้นแล้วนะ พอมาถึงตรงนี้ หมอกุ้งบอกว่า “เงินเริ่มจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของกุ้งแล้ว” เรามีพอให้ครอบครัวเราอยู่อย่างพอเพียงแบบสบายๆ ได้แล้ว

เกิดเป็นแบรนด์ KVKX

แบรนด์สินค้าเพื่อสุขภาพและความงามที่หมอกุ้งใส่ทุกความตั้งใจลงไป

หมอกุ้งเริ่มเล่าถึงเควีเคเอ็กซ์ว่า “กุ้งมาเจอจุดเปลี่ยนอีกก็คือ รู้สึกว่าคลินิกเป็น Comfort Zone ของเราแล้ว รู้สึกว่าเรายังสามารถทำอย่างอื่นได้อีก โดยเฉพาะการได้ช่วยเหลือผู้คนในวงที่กว้างขึ้นกว่าการทำคลินิก” หมอกุ้งเลยมุ่งไปที่กลุ่มสกินแคร์นี่ล่ะ เพราะจากประสบการณ์ที่เจอคนไข้มากมายของเธอ ทำให้หมอกุ้งมั่นใจมากๆ ว่ายังจะสามารถทำให้ตลาดสกินแคร์มันดีขึ้นได้อีก และเธอมุ่งมั่นที่จะค้นหา/ พัฒนาสกินแคร์ที่คุณภาพดี มาตรฐานระดับโลก แต่เหมาะกับสภาพผิวชาวไทย ในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ “เริ่มแรกเลยกุ้งต้องหาว่าอะไรที่เป็นอินโนเวชั่นที่สุด ที่ไม่มีในเมืองไทย เลยไปเจอสารตัวหนึ่งจากเมืองนอก ที่เป็นไวท์เทนนิ่งตัวใหม่ เมืองไทยยังไม่มีใครเอามาใช้แน่นอน” เธอตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่า Inaclear “ปกติขั้นตอนยับยั้งเม็ดสีบนผิวมี 4 ขั้นตอน คือ เริ่มเกิดเม็ดสี สองคือเกิดขึ้นแล้ว เราก็จะไม่ให้มันส่งต่อ สามคือเกิดเสร็จแล้ว ต้องส่งมาผิวหนัง เราก็จะตัดขั้นตอนนี้ไม่ให้มันขึ้นมาได้ และสี่เมื่อมันอยู่บนผิวหนังแล้ว เราก็ต้องเอามันออก แล้ว Inaclear ตัวนี้เป็นขั้นตอนที่ 5 คือ การไปยับยั้งการเกิดเม็ดสีลงลึกถึงระดับตั้งต้นของการผลิตเม็ดสี ซึ่งสูตรนี้นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสเขาคิดค้นขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 2015 และมีใช้แค่ 3 ประเทศในโลก คือ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และไทย”

หมอกุ้งทุ่มเทและเชื่อมั่นใน KVKX มาก

“กุ้งมั่นใจมากว่าดีจริงๆ อย่าง Inaclear ใช้แล้วกระ ฝ้า รอยดำบนใบหน้าจะจางลงนะ แต่ไม่ได้หายขาด เพราะในทางการแพทย์แล้ว ฝ้าเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด และตัวครีมเองก็ผลิตที่ประเทศฝรั่งเศส (Made in France) แล้วส่งตรงมาเมืองไทยเลย ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณภาพและภาพลักษณ์แบบนี้ควรขายกระปุกละ 3,000 – 5,000 บาท แต่เราขายแค่ 990 บาท” จากอินเนอร์ของหมอกุ้งก็คือว่า ต้องการให้เควีเคเอ็กซ์ เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม ที่ทุกคนจับต้องได้ หมอกุ้งบอกว่า “ของคุณภาพดี ถ้าขายแพง ใครๆ ก็ทำได้ แต่ KVKX มองมุมกลับ นั่นคือ ขายในราคาที่ใครๆ ก็สามารถซื้อได้ มันเจ๋งกว่ากันเยอะ” เพราะไม่ว่าจะทำอะไร หรือ อยู่ในบทบาทไหน หมอกุ้งต้องแน่ใจว่าทุกสิ่งยังอยู่ในสโลแกนประจำใจ แก่นที่บ่งบอกตัวตนของเธอก็คือ “จริงใจ ปลอดภัย ไม่แพง”

หมอกุ้ง

เธอได้ก้าวออกจาก Comfort Zone โซนแล้ว

ทำสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความงามไม่ใช่เรื่องง่าย กับประเทศไทยที่มีแต่คนทำบิวตี้แบรนด์อยู่เต็มตลาด แต่หมอกุ้งก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเธอทำได้ และทำได้ค่อนข้างดีมากเลยแหละ “กุ้งได้ทำอะไรมากกว่าที่เคยทำมากๆ จากแต่ก่อนเรารักษาคนไข้วันละร้อย แต่พอมาทำ KVKX เราขายได้เป็นพัน ลูกค้ามีทั่วประเทศ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา พม่า เวียดนามฯ เราได้ช่วยผู้บริโภคให้ใช้ของดีราคาไม่แพงได้ ช่วยให้คนไม่ต้องเสี่ยงกับสินค้าด้อยคุณภาพ ผิวหน้าดีขึ้น สุขภาพจิตก็ดีขึ้น และไม่เพียงเท่านั้น การที่เราขายผ่านระบบตัวแทนจำหน่าย ยังช่วยให้ตัวแทนฯ ของเรามีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งมันเป็นอะไรที่กุ้งภูมิใจมาก เพราะเราสามารถช่วยให้เค้าดีขึ้นได้อย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามมาด้วย” แม้จำนวนผู้บริโภคจะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่เธอก็ยังคงความจริงใจและใส่ใจแบบหมอกุ้งคนเดิมอยู่ นั่นคือ หมอกุ้งจะตอบคำถามจากผู้ใช้/ ตัวแทนฯ ด้วยตัวเองทุกวัน ทุกประเด็นคำถาม และยังแนะนำ/ ให้ความรู้เรื่องการดูแลผิวที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพิ่มเติมอีกด้วย “เราเป็นซีอีโอ แต่เราก็ยังเป็นหมอด้วย กุ้งจะอยู่กับผู้บริโภคเสมอแม้เขาจะใช้หรือไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา อะไรที่เป็นประโยชน์ เป็นความรู้ ถ้ากุ้งสามารถให้ได้ กุ้งจะให้ไปเลย โดยไม่ได้มานั่งคิดว่าเค้าเสียเงินซื้อสินค้าเราแล้วหรือยัง เพราะอย่างที่กุ้งได้บอกไว้ตั้งแต่ต้น เงินเริ่มจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของกุ้งแล้ว”

ตอนนี้ KVKX มีผลิตภัณฑ์ออกมา 5 ตัวแล้ว

ตัวนี้หมอกุ้งบอกว่าชอบมากๆ ก็คือ Idra Deep Serum เป็นตัวที่เติมน้ำให้ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง เปร่งปรั่ง หมอกุ้งเองเป็นคนที่ผิวหน้าแห้งมาก แต่ Idra จะบูสท์ความชุ่มชื้นมาให้อย่างรวดเร็ว แถมยังอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมงอีกด้วย เรียกได้ว่า ทาทีเดียว อยู่ได้ทั้งวันเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าตัวที่ทำให้เควีเคเอ็กซ์เป็นที่รู้จักของพี่น้องชาวไทยก็คือ Inaclear Cream และอีกตัวที่หมอกุ้งใช้ทุกวันไม่เคยขาดก็คือ I-Bloc กุ้งเรียกว่า “กันแดดอัจฉริยะ” เป็นกันแดดที่มาพร้อมนวัตกรรม BB Booster เนื้อครีมมีความเป็นมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ เกลี่ยง่าย ผิวเนียนขึ้น ใช้ดีมากและกันแดดได้จริง และที่พิเศษกว่านั้น คือ ยังช่วยป้องกันรังสีที่มาจากหน้าจอมือถือ จอคอมฯ แสงไฟฯ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าโดดเด่นกว่ากันแดดทั่วไปในตลาดเลยทีเดียว และน้องใหม่รายล่าสุด คือ I-Life โฟมมูสล้างหน้าที่มีส่วนผสมของพฤกษาศาสตร์ 5 ชนิด ช่วยล้างหน้าได้สะอาดหมดจด ผิวกระจ่างใส หน้าไม่แห้ง แถมควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีอีกด้วย

อยากบอกผู้หญิงเรื่องผิวว่า…

“ไม่ว่าจะยังไง ต้องทำให้ผิวแข็งแรงก่อน ให้ผิวมีโครงสร้างที่ดีก่อน ผิวต้องแข็งแรง ผิวจะแข็งแรงได้ ความชุ่มชื้นจะสำคัญที่สุด และก็ต้องป้องกันแสงแดดไปด้วย และผิวที่โดนสารเคมีเยอะๆ มา จะให้แข็งแรง ก็ต้องคลีนซิ่งให้ดี ไวท์เทนนิ่งเป็นตัวเสริมด้วยซ้ำ เพราะในเอเชียใครๆ ก็อยากขาว แต่แก่นจริงๆ คือผิวที่แข็งแรง” หมอกุ้งบอกด้วยความมุ่งมั่นอีกว่า “กุ้งเลยอยากทำเควีเคเอ็กซ์มาก เพราะด้วยนิสัยเป็นคนต้องหาสิ่งที่ทีดีสุด กว่าจะออกสกินแคร์สักตัวเลยยากมากๆ ต้องพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางเมืองนอก และทดลองให้แน่ใจก่อนว่าใช้ได้ผลดีแน่นอนถึงจะกล้าทำออกมาขาย”

ขอบคุณบทความจาก Cleo Thailand 

หมอกุ้ง

“ถ้าไม่ดี กุ้งไม่ทำ” นี่คือหนึ่งในประโยคประจำตัวหมอกุ้ง แพทย์หญิงกรวิกกา พัฒนะปราน เจ้าของ Kornvikka Clinic คลินิกความงามที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในจังหวัดนครราชสีมา และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและสุขภาพเกรดพรีเมี่ยมเพื่อคนไทยที่เราได้สัมผัส

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้มาง่ายๆ ยิ่งถ้าเป็นอะไรที่สวนกระแสและไม่ได้คำนึงถึงแต่ตนเองด้วยแล้ว ก็นับว่าเป็นงานที่ยากเอาการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะคว้าความสำเร็จมาไม่ได้ บทพิสูจน์นี้เห็นได้จากความสำเร็จของหมอกุ้ง CEO & Co-founder แบรนด์ KVKX Thailand แบรนด์ความงามที่เพิ่งจะครบรอบหนึ่งปีมาได้หมาดๆ จากคลีนิกความงามในจังหวัดนครราชสีมาที่โด่งดัง มาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อคนไทย ความหวังของหมอกุ้งคือ ต้องการให้เควีเคเอ็กซ์ เป็นที่รู้จักในด้านสกินแคร์ของคนไทยที่มีคุณภาพดี เกรดพรีเมียม ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง คือได้ใช้ของคุณภาพดีในราคาที่สุดจะคุ้มค่า แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางคู่แข่งที่เปิดตัวแบรนด์ใหม่กันเป็นว่าเล่นก็ตามที แต่หมอกุ้งก็ตั้งใจทำให้คำว่า Premium Mass เป็นคำจำกัดความของ KVKX Thailand และให้ทุกคนได้รับรู้ว่าสินค้าคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผลนั้น มีอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อ

KVKX มีความเป็นมาอย่างไร?

“Kornvikka ก็คือที่มาของ KVK ค่ะ ส่วน X มาจากองค์ประกอบอีก 4 ด้านที่ผสานกันเพื่อให้เกิดเป็นอะไรที่มากกว่าที่มีอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งสินค้า นวัตกรรม ราคา หรือแม้กระทั่งองค์ความรู้ที่จำเป็นในการขาย โดย 4X ที่ว่านี้ได้แก่ Expert: ความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นและไม่เป็นรองใครในด้านสุขภาพ ผิวพรรณ และความงาม, Excellent: ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ การตลาด และบริการ, Exclusive: ความเหนือระดับของนวัตกรรมที่ส่งมอบแก่ผู้บริโภค ที่บรรจงคัดสรรมาเพื่อคนพิเศษโดยเฉพาะ และสุดท้ายคือ Experience: การส่งมอบประสบการณ์อันเลอค่าด้านสุขภาพและความงาม ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศและประโยชน์สูงสุดของลูกค้า รวมๆ ก็เลยกลายเป็น Generation X อะไรประมาณนี้ค่ะ และเป็น Innovative cosmetic product เพราะเราจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมของโลกมาให้คนไทยที่อยากใช้ของดี เกรดพรีเมี่ยม ในราคาที่จับต้องได้”

“หลักการของเราคือ Premium Mass ที่หมายถึง สินค้าดี มีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ กุ้งจะให้ความรู้คอยให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง คือมีความ “จริงใจ ปลอดภัยและไม่แพง” จริงๆ ก็คือ motto หลักๆ ของคลินิกที่โคราช กุ้งเลยคิดว่านี่เป็นคำที่มากับเรา ติดตัวเรามาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำคลินิก คือทุกวันนี้คนรู้จัก KVKX ก็คือหมอกุ้ง เพราะฉะนั้นก็ใส่คำนี้เข้าไปใน KVKX แล้วสะท้อนออกมาให้เป็นแบรนด์ให้ดูใหญ่ขึ้น อย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นก็น่าจะเป็นจากที่เราเจอปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนไข้สิว ฝ้า กระ คนไข้เสตียรอย ใช้สารที่มาจากคนขายที่หลอกลวงผู้บริโภค เราก็อยากจะแก้ตรงนั้น ทำคลินิกก็ช่วยได้แค่คนส่วนหนึ่ง ช่วยได้แค่ในพื้นที่โคราชและใกล้เคียง กุ้งเลยคิดว่า เราน่าจะทำเป็น cosmetic consumer product ก็จะได้ภาพใหญ่กว่า ช่วยคนได้มากกว่า ก็เลยอยากทำตรงนี้ค่ะ”

กลุ่มคนไข้รับรู้หรือแยกแยะได้หรือไม่ว่าอะไรดีหรือไม่ดี?

“ต้องบอกว่ามีหลายกลุ่มค่ะ ก็มีทั้งแบบไม่รู้อะไรเลย คือไม่สนใจหรือว่าจะมีผลข้างเคียงอะไร หรือถ้ามี ก็ค่อยมาตามแก้เอา หรือถ้าหยุดใช้จะเจอกับผลข้างเคียง ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่หยุดใช้ มีทั้งกลุ่มที่ไม่มีความรู้เลย จนกระทั่งกลุ่มกลางๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เชื่อดาราบ้างเชื่ออินฟลูเอนเซอร์บ้าง ไม่สนใจหรอกว่าดีไม่ดี ถ้าการตลาดดี ดารารีวิว บล็อกเกอร์รีวิวฉันชอบ และอีกกลุ่มคือ high educated มีความรู้ ต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีอินฟลูเอนเซอร์เป็นคนที่มีความรู้ อันนี้ก็เป็น niche group กุ้งว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มกลางๆ ค่ะ คนไทยเป็นสไตล์แบบนี้เยอะ หน้าที่ของเราคือ สร้างความรู้ความเข้าใจ ทำให้เขาตระหนักถึงผลเสีย ว่าทำไมเราถึงควรใช้ของที่มีคุณภาพ ทำไมของอันตรายที่เห็นผลเร็ว 1-2 วัน ถึงอันตราย โดยสิ่งที่เรานำเข้ามาคือ ทั้งคุณภาพ ทั้งปลอดภัย และคุ้มค่าเกินราคาที่เขาเคยซื้อ เราสามารถทำให้ซื้อได้ในราคาเท่านี้ ราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง แต่ได้ของคุณภาพคูณสิบ คูณร้อยเลย นั่นคือสิ่งที่เราอยากทำค่ะ”

หมอกุ้ง

ทำอย่างไรให้มั่นคงกับการทำงานที่สวนกระแสการตลาดในยุคนี้?

“เป็นงานที่ยากมาก พูดได้เลยว่านี่คือ สวนกระแสการตลาดจริงๆ เพราะปกติการตลาดต้องทำตามคลื่น ตามกระแส ไม่ว่าจะมีกระแสอะไรมาต้องทำให้ปัง ต้องสอดแทรก ต้องทำให้อยู่ในยุคนั้น เพราะเราอยู่ในยุคดิจิตัล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องตามกระแสบ้าง แต่อย่างไรคอร์หลักเราต้องไม่หายไป กุ้งว่าอัตลักษณ์กุ้งค่อนข้างชัดเจนคือ “ใช้สินค้านำการตลาด แทนที่จะใช้การตลาดนำสินค้าแบบที่หลายคนทำ”เราจะไม่ใช่เน้นการตลาดแบบทุ่มเลย แต่ตัวผลิตภัณฑ์ไม่ต้องมีอะไรมาก เพราะคนส่วนใหญ่เสพสื่อ เขาไม่ได้สนใจว่าโปรดักซ์ดีหรือไม่ แต่ถ้าสื่อมาแรงถ้าการตลาดมาดี ฉันตาม ฉันใช้ นี่คือสิ่งที่เราต้องหนักแน่นค่ะ คือเราต้องศรัทธาในสิ่งที่เราทำก่อน แล้วสร้างศรัทธาให้เกิดในตัวเรา ที่ทำทุกวันนี้ คือ สร้างศรัทธาค่ะ ให้ศรัทธาในตัวแบรนด์ ในตัวกุ้ง แล้วให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เราพูด เราทำแบบนั้นมาตลอด เราทำมันจริงๆ ทำให้สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสามารถมาอยู่ในของราคาหลักร้อยได้จริงๆ”

เป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายทีเดียว?

“เป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากนะคะ เพราะการทำสินค้านวัตกรรมในราคานี้ คนสงสัยเยอะมากว่า ทำได้จริงหรอ ใช่สินค้านำเข้าจริงหรือป่าว? ไม่ใช่กวนครีมเองหลังบ้านแล้วเอามาหลอกขาย ฯลฯ ตอนสร้างยากมากแต่พอสร้างได้แล้วคนตระหนัก ก็กล้าลองใช้ ก็จะรู้ว่าจริง ถ้าคนที่รู้จักกุ้งด้วยแล้วคือ ถ้าไม่ดี กุ้งไม่ทำ เพราะถ้ากุ้งพูดอย่างไรกุ้งจะทำอย่างนั้น อันนี้คือศรัทธาที่คนที่รู้จักกุ้ง/ คนไข้ในพื้นที่มีอยู่แล้ว แต่การสร้างศรัทธาให้คนในภาพใหญ่ ให้คนที่ไม่เคยรู้จักหมอกุ้ง ให้คนทั้งประเทศเชื่อและเกิดศรัทธา อันนี้คือความยากค่ะ แต่กุ้งเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าเพราะกุ้งเก่ง แต่เพราะกุ้งไม่ได้ทำเพียงลำพัง ไม่ได้ลุยแค่คนเดียว ยังมีอีกหลายชีวิตที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอเจษฏ์ (นายแพทย์เจษฏ์ บุณยวงศ์วิโรจน์/ Co-founder of kvkx thailand & Chief Executive Director) ทีม R&D ทีมการตลาด เพื่อนร่วมงานกุ้งทั้งหมด และที่สำคัญคือตัวแทนจำหน่ายของ KVKX อีกสองพันกว่าคนที่ช่วยส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ สำหรับกุ้ง องค์ประกอบเหล่านี้มันช่วยเปลี่ยนความยาก ความท้าทาย ให้กลายเป็นความสนุกและความสุขในการทำงานของพวกเราค่ะ

kvkx

ผลิตภัณฑ์แรกที่ตัดสินใจเปิดตัว?

“น่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุดตอนนั้นคือ Inaclear cream ค่ะ Inaclear จะเป็นไวเทนนิ่งครีม มีสารที่เรียกว่า DKK-1 หรือ Dikkopf 1 เป็นสารนวัตกรรมที่เพิ่งกำเนิดเมื่อปลายปี ค.ศ. 2015 แล้วเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อต้นปี ค.ศ. 2016 พูดได้เลยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศในโลกที่มีใช้ในตอนนี้ ซึ่งกุ้งเอาเข้ามา แล้วก็ใช้เปิดตัวเมื่อปลายปี ค.ศ. 2016 แล้วก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีของแบรนด์มาตลอด คือทุกคนก็รู้จัก KVKX เลย ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นสารใหม่ที่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะเมื่อก่อนเราก็จะได้ยิน อัลฟ่าอาบูติน โคจิก แอซิด วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น แต่พอเป็น DKK-1 คืออะไร แล้วพอลองใช้ก็โอเค ไม่มีกลับมาดำ ไม่มีผลข้างเคียง แล้วก็ปลอดภัย เป็นขั้นกว่าของการดูแลผิว มีงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แล้วเราก็เป็นประเทศแรกๆ ที่เอามาใช้ได้ ก็รู้สึกภูมิใจ ว่าใช้แล้วเห็นผล แล้วก็คือดีจริงๆ ค่ะ”

ที่บอกว่าเห็นผล เห็นผลอย่างไร อยากให้คุณหมออธิบายเพิ่มเติม?

“ถ้าปกติที่เป็นไวเทนนิ่งทั่วไป เขาก็จะบอกว่า 7-14 วัน แต่ของกุ้ง คือในกระปุก INACLEAR Créam จะมีสารหลายๆ ตัว จะเป็นการรวมไวเทนนิ่งเอเจ้น (combination- Whitening Agent ) แต่ตัวหลักที่เราชูขึ้นมาคือ DKK-1 นอกนั้นก็จะมีอัลฟ่าอาบูติน สารแอนตี้ออกซิแดนต์อื่นๆ ฉะนั้น ที่จะเห็นผลในอันดับแรก คือ ผิวหน้าดูสว่างขึ้นในระยะเวลา 14 วัน ส่วนในเรื่องของเม็ดสี ฝ้า หรือกระ จะเห็นผลชัดประมาณ 28-56 วัน แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าฝ้าจะไม่ได้หายขาด ถ้าคาดหวังว่าจะทา Inaclear Cream ไปเพื่อให้ฝ้าหายขาด ต้องอย่าคาดหวังค่ะ เพราะฝ้าเป็นโรคประจำตัว เหมือนเราเป็นเบาหวาน คือเป็นไปตลอดชีวิต คุณก็ต้องอยู่กับสิ่งนั้นให้ได้ เบาหวานต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด ฝ้าก็ต้องควบคุมอย่าให้กลับมาเป็นซ้ำ อย่าให้ฝ้าเข้มขึ้นค่ะ อันนี้คือใจความสำคัญ จะรักษาเค้า เราต้องรู้จักโรคให้ดีก่อนค่ะ ”

มีผลการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง?

“เวลาที่ทดสอบก็จะมีการทดสอบในยุโรป มีหนังสือรับรอง แล้วจากนั้นก็จะมาทดสอบกับคนเอเซีย ปริมาณคนที่เทสต์ก็จะยอมรับได้ตามสถิติ แต่ก็ต้องดูว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไรด้วยค่ะ ถ้าเป็น INACLEAR Créam หรือ DKK-1 ก็ 35-70 คน ก็จะเป็น Sample size ที่ทดสอบได้ในช่วงแรก มีอาการแพ้ไหม? ระคายเคืองไหม? ทดลองใช้แล้วหยุดใช้มีการกลับมาดำไหม? คนไข้เจอผลข้างเคียง หลังจากการใช้สารพวกนี้หรือไม่? แน่นอนว่ามันจะต้องเจอบ้าง เพราะไวท์เทนนิ่งครีมทุกตัว มีฤทธิ์คือ คัน แดง ลอก แต่ DKK-1 นี้ไม่มีความเป็นกรด แต่จริงๆ แล้วเกิดจากสารตัวอื่นต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี ที่เป็น Ascobic Acid กุ้งจะให้ความรู้คนไข้เยอะๆ ค่ะ ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ INACLEAR Créam ได้ หรือเมื่อหน้ามัน แล้ววันนึงหน้าแห้ง ก็ใช้ไม่ได้ หน้าเราก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เราก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับสภาพผิวในแต่ละช่วงด้วยค่ะ”

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ KVKX Thailand ประกอบไปด้วย iDRA Deep Serum มอยส์เจอไรเซอร์นำเข้าจากอิตาลี ช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูแลความชุ่มชื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบำรุงลึกถึงชั้นหนังแท้, i-Bloc ครีมกันแดดอัจฉริยะ ที่มีให้เลือกใช้ 2 สูตรตามความต้องการของแต่ละคน มีทั้งสูตรธรรมดาที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และสูตรสีเนื้อ BB Booster เหมาะกับคนที่ต้องการการปกปิด ไม่ต้องแต่งหน้าเพิ่ม โดยทั้ง 2 สูตรใช้ส่วนผสมที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น “กุ้งเพิ่ม แอสตาแซนธีน เข้าไป ซึ่งเป็นราชินีแห่งแอนตี้ออกซิแดนต์ ทำให้ผิวเราแข็งแรง ชุ่มชื่น ริ้วรอยจางลง และตัวที่เป็นสารกันแดดจะมีทั้ง Physical และ Chemical และกันได้ทั้ง UVA, UVB, Infrared และแสงสีฟ้า แสงสีฟ้า มาจากไหน ก็มาจากจอ TV, หลอด LED และโทรศัพท์บางยี่ห้อ ” และหมอกุ้งยังฝากทิ้งท้ายว่า “กันแดดต้องใช้ทุกวันค่ะ ถ้าเป็นอินฟราเรด จะทำร้ายเรื่องริ้วรอย Photo aging แต่ถ้าเป็นแสงสีฟ้า ก็จะเน้นทั้งริ้วรอยและ photo aging หลายอย่าง ก็จะร้ายแรงที่สุด แล้วต้องทา 2 ข้อนิ้วก้อย 1 ข้อทาหน้า และ 1 ข้อทาคอ และต้องทาเท่านี้ หากทาน้อยกว่านี้ก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่เราเขียนไว้บนฉลาก การเขียนวิธีการใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดี เรายังต้องทำให้เขาเข้าใจถึงวิธีใช้ที่ถูกต้องด้วยค่ะ”

ขอบคุณบทความจาก  L’Officiel Thailand

kvkx